หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

คลายข้อสงสัย ท้องผูกเกิดจากอะไร และมีวิธีแก้อย่างไร

คลายข้อสงสัย ท้องผูกเกิดจากอะไร และมีวิธีแก้อย่างไร

โดยส่วนใหญ่เรามักเข้าใจว่าท้องผูก (Constipation) คือ การที่ไม่มีการขับถ่ายหรือมีความถี่ในการขับถ่ายลดลงกว่าปกติ รวมถึงการมีอุจจาระที่แข็งและยากต่อการขับถ่าย วันนี้ minebeauty เลยจะพาทุกคนไปดูว่า ท้องผูกเกิดจากอะไร และมีวิธีแก้อย่างไรบ้าง ที่นี่มีคำตอบ

ท้องผูกเกิดจากอะไร

ท้องผูกเกิดจากอะไร

  • ท้องผูกเกิดจากอะไร ปัจจัยแรกคือโรคทางกาย เช่น เบาหวาน ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ แคลเซียมในเลือดสูง โรคทางสมองและไขสันหลัง เป็นต้น
  • โรคของลำไส้ เช่น มะเร็งหรือเนื้องอกของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลำไส้ตีบตัน ลำไส้บิดพับกัน ความผิดปกติที่ทวารหนัก เป็นต้น
  • ยาที่รับประทานประจำ เช่น ยาแก้แพ้บางชนิด ยากันชัก ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ธาตุเหล็กแคลเซียมอลูมิเนียม เป็นต้น
  • ท้องผูกเกิดจากอะไร ปัจจัยสุดท้ายคือ การทำงานของลำไส้หรือกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักควบคุมการขับถ่ายทำงานผิดปกติ เช่น การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ช้ากว่าปกติ กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักทำงานไม่ประสานกับการเบ่งหรือภาวะลำไส้แปรปรวน

อาการของท้องผูก 

  • อาการท้องผูกสาเหตุ คือ ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็น 
  • อาการท้องผูกสาเหตุ มาจากอุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็ก ๆ 
  • รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่ออก หรือถ่ายได้ไม่สุด
  • ถ่ายอุจจาระออกได้ยาก ต้องใช้แรงเบ่งมากหรือใช้มือช่วยล้วง อาจมีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระร่วมด้วย
  • อาการท้องผูก คือท้องอืด ปวดท้อง หรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้อง

เมื่อท้องผูกแก้ได้อย่างไร

  • การปรับเปลี่ยนการทานอาหารการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ได้แก่ รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง
  • รับประทานยาระบายเป็นหลัก
  • หมั่นดูแล สุขภาพ โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 ถึง 2 ลิตรต่อวัน
  • สร้างกิจวัตรในการถ่ายอุจจาระให้สม่ำเสมอและให้เป็นเวลา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายต่อเนื่องและยาวนานโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร

ท้องผูกเกิดจากอะไร

เมื่อท้องผูกบ่อยๆ ส่งผลอย่างไรบ้าง

  • ท้องผูกส่งผลกระทบทั้งต่อร่างกายและจิตใจ หลายคนรู้สึกเครียด เบื่ออาหาร ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ปวดหัว ปวดหลัง และแสบร้อนบริเวณหน้าอก 
  • ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร หรือแผลปริรอบๆ ทวารหนักจากอุจจาระที่แห้งแข็งครูดหลอดเลือดจนฉีกขาด
  • ทำให้ความดันในช่องทรวงอกเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
  • ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดตาและหู
  • ทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้นจนเป็นสาเหตุของไส้เลื่อนได้
  • ทำให้กล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานอ่อนแอ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ท้องผูกเรื้อรังจนทำให้มีอาการของลำไส้อุดตัน ได้แก่ ปวดท้องมาก อึดอัดแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน ไม่ผายลม และไม่ถ่ายอุจจาระ

บทความน่าสนใจ

กาแฟ ชาเขียว หากอยากได้คาเฟอีน อะไรดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน อ่านบทความสุขภาพ ความงาม แฟชั่น เครื่องสำอาง ท่องเที่ยว มีครบที่เว็บผู้หญิง minebeauty

หมวก แฟชั่น 7 สไตล์ หมวกแฟชั่น สวมใส่ท่องเที่ยวช่วยเสริมลุคให้ดูดีแบบปัง ๆ อ่านบทความแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว อ่านได้ทุกวันที่เว็บ minebeauty

10 อาการเสี่ยง สุนัขเป็นโรคซึมเศร้า พร้อมสัญญาณอันตราย หมาเป็นโรคซึมเศร้า รู้เร็ว รักษาได้ทัน อ่านบทความใหม่ได้ทุกวันที่ เว็บผู้หญิง minebeauty

5 น้ำมันธรรมชาติ เป็น น้ำมันจากธรรมชาติ ที่ชาวญี่ปุ่นใช้บำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี อ่านบทความแฟชั่น สุขภาพ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ อ่านได้ทุกวันที่ minebeauty

5 เคล็ดลับ วิธีดูแล ผมดัด ให้สวย อยู่ทรงได้อย่างยาวนาน อ่านบทความสุขภาพ อาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว มีอัปเดตทุกวันที่เว็บไซต์ minebeauty