หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

ทำความรู้จัก สกินแคร์ บำรุงผิว

ทำความรู้จัก สกินแคร์ บำรุงผิว

การ บำรุงผิว อย่างเพียงพอจะทำให้มีความกระจ่างใส เรียบเนียน รูขุมขนมีความกระชับ ปราศจากปัญหาผิวต่าง ๆ ทั้งปัญหาสิว ปัญหาความหมองคล้ำ ปัญหาผิวหน้าแห้ง ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยต่าง ๆ การบำรุงผิวโดยทั่วไป เช่นการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า หรือล้างหน้าด้วยโฟมหรือว่าสบู่ อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการบำรุง ถ้าหากต้องการให้ผิวหน้ามีความกระจ่างใส เรียบเนียน ก็จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการในการบำรุงผิวใหม่ เริ่มจากการใช้คลีนซิ่งในการเช็ดหน้า และทำการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิว เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ และบำรุงผิวครีมทาหน้า หรือจะใช้สกินแคร์ก็ได้

สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้ สกินแคร์ ในการบำรุงผิวอาจจะยังไม่เข้าใจว่าสกินแคร์คืออะไร และใช้เพื่ออะไร แต่ถ้าหากลองสังเกตหน้าของสาวเกาหลีจะพบว่ามีความกระจ่างใส มีความชุ่มชื้นเป็นอย่างมาก เพราะมีการบำรุงผิวที่ดีด้วยการใช้สกินแคร์ที่เหมาะสมกับผิวของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากอยากให้ผิวหน้าของตนมีความชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง รูขุมขนมีความกระชับก็ควรจะทำความรู้จักกับสกินแคร์ที่เหมาะสมกับผิวของตนเอง

ทำความรู้จัก สกินแคร์

สกินแคร์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้าทุกรูปแบบทั้งครีมสำหรับทาหน้า ครีมสำหรับทาผิวกาย ซึ่งครีมต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะแบบเจล แบบเนื้อครีม แบบน้ำก็เรียกว่าสกินแคร์ทั้งสิ้น โดยสกินแคร์นั้นมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่การทำความสะอาดหน้าขั้นตอนแรกอย่างการเช็ดเครื่องสำอางก็ถือว่าเป็นการใช้สกินแคร์ และเมื่อใช้โทนเนอร์ในการเช็ดผิวอีกครั้งหลังจากที่ทำการล้างหน้าก็เป็นสกินแคร์เช่นเดียวกัน ทุกสิ่งที่สัมผัสใบหน้าและเป็นครีมจะเรียกว่า สกินแคร์

ประเภทของสกินแคร์

ก่อนที่จะเริ่มใช้สกินแคร์จะต้องทำความรู้จักประเภทก่อน เพราะสกินแคร์แต่ละประเภทจะใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการ ดูแลผิว ได้แตกต่างกันด้วย 

ประเภทที่ 1 สกินแคร์สำหรับทำความสะอาดก่อนล้างหน้า

สำหรับประเภทที่ 1 จะเป็นสกินแคร์ที่ใช้เป็นลำดับแรก คือการเช็คสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าก่อนการล้างหน้าทุกครั้ง ที่เรียกว่าคลีนซิ่ง มีลักษณะเป็นของเหลวหรือเป็นน้ำ วิธีการใช้คือหยดลงบนสำลีสำหรับเช็ดหน้าและทำการเช็ดหน้าอย่างเบามือ ห้ามทำการเช็ดหน้าด้วยความรุนแรง เพราะอาจจะทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ คุณสมบัติของคลีนซิ่งจะช่วยในการกำจัดสิ่งสกปรก และเครื่องสำอางต่าง ๆ ทั้งรองพื้น แป้งฝุ่น คอนซิลเลอร์ และเครื่องสำอางประเภทอื่น การใช้คลีนซิ่งจำเป็นอย่างมากเพราะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกให้ผิวก่อนการล้างหน้า และสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเพียงแค่เลือกสูตร ดูแลผิว ให้เหมาะสมกับผิวหน้าของตนเอง โดยในคลีนซิ่งจะมีการแบ่งประเภทย่อยออกเป็น คลีนซิ่งวอเตอร์ มีลักษณะเป็นน้ำใส ใช้หยดลงบนสำลีและทำการเช็ดหน้า คลีนซิ่งมิลค์ มีลักษณะเป็นเนื้อครีม ใช้นวดบนใบหน้าเบา ๆ แล้วใช้สำลีเช็ดออก คลีนซิ่งออลย์ มีลักษณะเป็นน้ำใสเช่นเดียวกับคลีนซิ่งวอเตอร์แต่มีการผสมน้ำมันลงไปเพื่อช่วยในการล้างเครื่องสำอางค์แบบกันน้ำ คลีนซิ่งเจล มีลักษณะเป็นเนื้อเจล ใช้นวดลงบนใบหน้าจนกว่าเครื่องสำอางจะหลุดและนวดด้วยความเบามือ ทั้ง 4 รูปแบบนี้เป็นประเภทของคลีนซิ่งและจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับปัญหาผิวและลักษณะของผิวเท่านั้น

ประเภทที่ 2 สกินแคร์สำหรับทำความสะอาดหน้า

สำหรับประเภทที่ 2 จะเป็น สกินแคร์ ที่ใช้ในลำดับถัดมาหลังจากที่ทำการเช็ดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเรียบร้อยแล้ว และมาทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนเซอร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับทำความสะอาดใบหน้า ขจัดสิ่งสกปรกออกจากใบหน้า และออกจากรูขุมขน โดยจะต้องใช้ทั้งตอนเช้าและตอนเย็นเพื่อให้ผิวหน้าได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ ในคลีนเซอร์จะมีแยกประเภทออกมาเป็น สบู่ก้อนสำหรับล้างหน้า ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกแต่ทำให้ผิวหน้าแห้งเพราะขาดความชุ่มชื้น ถ้าหากเป็นคนที่มีผิวหน้าแห้งไม่ควรใช้คลีนเซอร์ประเภทสบู่ เจลล้างหน้า มีลักษณะเป็นเนื้อเจลจะมีทั้งแบบใส ไม่มีสี และแบบมีสีใช้สำหรับล้างหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน โฟมสำหรับล้างหน้า จะมีทั้งแบบที่มีฟองกับไม่มีฟอง สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว สำหรับคลีนเซอร์ทั้งสามประเภทสามารถช่วยในการชำระล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนผิวหน้า จากการทำงานในแต่ละวันและยังต้องพบเจอกับมลภาวะต่าง ๆ จึงควรใช้คลีนเซอร์ในการล้างหน้าเป็นประจำ

ประเภทที่ 3 สกินแคร์สำหรับเช็ดทำความสะอาดหลังการล้างหน้า

สกินแคร์

สำหรับประเภทที่ 3 จะใช้หลังจากที่ได้ทำความสะอาดหน้ามาเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าโทนเนอร์ การใช้ดทนเนอร์จะใช้หลังจากที่มีการล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยคุณสมบัติของโทนเนอร์จะช่วยในการกำจัดสิ่งสกปรกที่อาจจะตกค้างจากการล้างหน้าที่ไม่สะอาดอย่างเพียพอ และยังช่วยปรับสภาพผิวให้มีความพร้อมรับสาร อาหาร ผิวจากการทาครีมบำรุง หรือการมาร์กหน้าเป็นลำดับถัดไป การใช้โทนเนอร์เป็นประจำจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวและลดสิวต่าง ๆ ที่เกิดจากการล้างหน้าไม่สะอาดอย่างเพียงพอ

ประเภทที่ 4 สกินแคร์ใช้ทาลงบนผิวหน้าลำดับที่ 1 

สำหรับประเภทที่ 4 เรียกว่าเอสเซนส์ หรือที่เรียกอีกชื่อว่าน้ำตบ ใช้สำหรับ บำรุงผิว ในขั้นแรกหลังจากที่มีการเช็ดหน้าด้วย

โทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว ลักษณะของเอสเซนส์จะมีลักษณะเป็นน้ำและอาจจะเป็นสีขึ้นอยู่กับสูตรของน้ำตบ และแต่ละสภาพผิวจะใช้เอสเซนส์ที่แตกต่างกัน 

ประเภทที่ 5 สกินแคร์ใช้ทาลงบนผิวหน้าลำดับที่ 2 

สำหรับประเภทที่ 5 เรียกว่าเซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์ทาง ความงาม ที่ต้องทาบนผิวหน้าเป็นลำดับที่ 2 ต่อจากการทาเอสเซนส์ มีลักษณะเป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้น จะเป็นสีใสหรือสีขุ่นก็ได้ขึ้นอยู่กับสูตรของเซรั่ม โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีส่วนผสมของน้ำมัน ถ้าหากเป็นคนผิวหน้ามันไม่ควรใช้เซรั่ม หรือถ้าหากจะใช้เซรั่มจะต้องดูปริมาณของส่วนผสมก่อนว่ามีปริมาณของน้ำมันจำนวนเท่าใด

ประเภทที่ 6 สกินแคร์ประเภทครีม

สำหรับประเภทที่ 6 เป็น สกินแคร์ ที่มีเนื้อครีม หรือเรียกว่าเป็นครีมสำหรับทาผิวหน้า เป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นสูง ใช้ทาบริเวณใบหน้าและลำคอ ใช้เวลาในการซึมเข้าสู่ผิวและคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างยาวนาน สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวแต่ต้องเลือกสูตรของครีมให้มีความเหมาะสมกับผิวหน้าของตนเอง ถ้าหากเป็นคนที่มีผิวหน้าแห้งควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันในปริมาณที่มากเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่ถ้าหากเป็นคนผิวหน้ามันควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันน้อยเพราะจะได้ไม่ทำให้เกิดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า

ประเภทที่ 7 สกินแคร์ที่ใช้ทาก่อนการออกไปข้างนอก

สำหรับประเภทที่ 7 ใช้สำหรับการทาบริเวณใบหน้าก่อนการเดินทางออกไปข้างนอกบ้าน หรือที่เรียกว่าครีมกันแดด การใช้ครีมกันแดดจะมีทั้งแบบที่เป็นเนื้อเจล เนื้อครีม สามารถเลือกใช้แบบใดก็ได้แต่ต้องเลือกครีมกันแดดที่มี SPF สูงมากกว่า 30 จะดีที่สุด เพราะช่วยในการปกป้องแสงแดดอย่างยาวนาน ไม่ทำให้เกิดผิวไหม้ และผิวหน้ามีความหมองคล้ำอย่างแน่นอน

การใช้สกินแคร์เป็นประจำและใช้ตามลำดับจะช่วยในการ บำรุงผิว ให้ ผิวหน้ามีความแข็งแรงสามารถต่อสู้กับเชื้อโรค และแบคทีเรียต่าง ๆ ที่จะมาทำให้เกิดปัญหาผิว ทั้งปัญหาสิว ปัญหาความหมองคล้ำ ปัญหารอยดำ รอยแดง ปัญหาผิวแห้ง นอกจากนี้สกินแคร์ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยเซลล์ผิวใหม่ และบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวา คืนความสมดุลให้แก่ผิวได้เป็นอย่างดี ถ้าหากเลือกใช้ สกินแคร์ ได้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของผิวก็จะทำให้ปัญหาเหล่านั้นหายไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ

ดวงตาเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะช่วยให้คนมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว ป้องกันไม่ให้คนประสบอุบัติเหตุจากการเกิดชนสิ่งต่าง ๆ และยังช่วยสำหรับการทำงานได้ โดยปกติแล้วดวงตาจะทำงานอย่างหนักตั้งแต่ตื่นนอนจนกว่าจะเข้านอน

สิ่งสำคัญสำหรับผิวหน้าของคุณผู้หญิงนั้นคือ การดูแลผิวหน้า ที่ต้องทำให้ดูกระจ่างใส ไร้สิวหรือริ้วรอยจุดด่างดำบนในหน้า แน่นอนว่าปัญหาของผิวหน้าสำหรับผู้หญิงทุกคนนั้นเป็นปัญหาใหญ่เสมอ

ว่านหางจระเข้คือสมุนไพรใกล้ตัว ที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างไร เพราะในสมัยที่เราเป็นเด็กหากเกิดอุบัติเหตุน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ ผู้ใหญ่ก็มักจะบอกให้ไปเอาว่านหางจระเข้มาทาบริเวณผิวหนังที่พุพอง

นอกจากการบำรุงทั่วไปอย่างการล้างหน้า เช็ดโทนเนอร์ และทาครีมต่าง ๆ แล้ว การมาส์กหน้าก็ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนของการดูแลผิวหน้าที่คุณไม่ควรมองข้ามไป เพราะในตอนนี้มี มาส์กหน้า ออกมาให้คุณได้เลือก

การต่อสู้เพื่อความงามที่มีกับการจัดการผมนั้นมีการต่อสู้ไม่มีที่สิ้นสุด มีสองวิธีในการจัดการกับการบำรุงผมเช่นนี้ ก่อนอื่นทำความรู้จักกับเส้นผมของเราให้ดี ทำความเข้าใจกับสิ่งที่ทำให้ผมมัน