หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

วิตามินอีมีประโยชน์ในการ ดูแลผิว หรือไม่

วิตามินอีมีประโยชน์ในการ ดูแลผิว หรือไม่

วิตามินหลายประเภทมีบทบาทสำคัญใน การดูแลผิว ตั้งแต่วิตามิน A ไปจนถึง D (และ K) วิตามินมีคุณสมบัติในการปรับสภาพผิวเรา วิตามินอีเป็นหนึ่งในวิตามินที่พบได้บ่อยมากพอสมควรในผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือทาเฉพาะที่ก็สามารถช่วยดูแลสุขภาพและช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของรังสียูวีและอาจช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย เราจะมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าวิตามินอีมีประโยชน์อย่างไรในการดูแลผิว

วิตามินอี ดูแลผิว คืออะไร

วิตามินอี (Vitamin E) หรือที่เรียกว่าโทโคฟีรอลและมักเขียนไว้ในรายการส่วนผสมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ด้วยชื่อนี้ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพสูงและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่มีประโยชน์ต่อผิวมากมาย สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว มากมายโดยเฉพาะมอยส์เจอร์ไรเซอร์ มีสารประกอบวิตามินอี 8 ชนิดที่แตกต่างกัน Alpha-tocopherol เป็นสารที่พบมากที่สุดและมีประสิทธิภาพในมนุษย์ วิตามินอีสามารถพบได้ในอาหารหลายประเภท เช่น ปลาแซลมอน อาหารประเภทผักสีเขียว เช่น บรอกโคลีและผักโขม อาหารประเภทถั่ว เช่น เฮเซลนัทและอยู่ในรูปของน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกทานตะวันและจมูกข้าวสาลี 

วิตามินอีสามารถสังเคราะห์ได้แม้ว่ารูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพน้อยกว่ารูปแบบธรรมชาติก็ตาม คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมวิตามินอีเสมอไป ปริมาณวิตามินอีที่ได้รับจากอาหารในชีวิตประจำวันมักจะเพียงพออยู่แล้ว แนะนำให้ใช้วิตามินอีประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ โปรดทราบว่าการใช้ อาหาร เสริมวิตามินอีมากเกินไปจะแสดงให้เห็นว่าจะทำให้มีการป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว ส่งผลให้เลือดออกซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ สำหรับผู้ชาย การเสริมวิตามินอีมากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะได้รับวิตามินอีจากอาหาร

วิตามินอีและผิวพรรณ

ร่างกายของผู้ที่มีผิวมันอาจมีปริมาณวิตามินอีมากกว่าผู้ที่มีผิวแห้ง เมื่อรับประทานเข้าไป วิตามินอีจะถูกส่งไปที่ผิวหนังผ่านทางต่อมไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินอีจะถูกเพิ่มเข้าไปในผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ที่หลากหลายรวมถึงครีมบำรุงรอบดวงตา เซรั่ม โลชั่นต่อต้านวัย ครีมกันแดดและเครื่องสำอางบางประเภท วิตามินอีค่อนข้างดูดซึมได้ง่ายทางผิวหนัง เมื่อทาในบริเวณเฉพาะที่ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบแคปซูลหรือครีม ในความเป็นจริงแคปซูลของวิตามินอีสามารถใช้กับบริเวณที่แห้งมากเช่นข้อศอกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น 

แม้ว่าน้ำมันวิตามินจะค่อนข้างหนาและหนัก แต่ก็ยังถือว่ามีประโยชน์สำหรับผิวหรือบริเวณที่แห้ง หากเราต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังโดยการแพร่ความชุ่มชื้นกระจายไปตามผิวหนังชั้นนอกให้เลือกครีมวิตามินอีแทนน้ำมัน นอกเหนือจากความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นแล้ว วิตามินอียังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพมาก ซึ่งหมายความว่ามันมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระเป็นอะตอมที่ไม่เสถียร พวกมันมีโอกาสทำลายเซลล์ที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ 

ภายในผิวหนังสามารถย่อยสลายคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโปรตีน 2 ชนิดที่ช่วยให้ผิวเด้งและเต่งตึง วิธีดูแลผิว หากไม่มีคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวเราจะไม่ตึงและสปริงตัวเหมือนที่เป็นอยู่ แต่มันจะลดลงและเหี่ยวย่นมากเกินไป ในความเป็นจริงเมื่อเราอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินของเราก็จะหมดลงและนี่คือสาเหตุที่ผิวของเราเริ่มแสดงสัญญาณแห่งวัย นอกเหนือจากฤทธิ์ในการกำจัดอนุมูลอิสระแล้ว วิตามินอียังสามารถช่วยลดความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากการได้รับรังสี UV ด้วยคุณสมบัติต้านการอักเสบอีกด้วย 

ความเสียหายที่เกิดจากรังสียูวีนี้รวมถึงผิวไหม้ ผิวคล้ำและแม้แต่อันตรายถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนัง การศึกษาในสัตว์ทดลองโดยผลการทดลองพบว่าหนูตัวที่ได้รับวิตามินอีเข้าไปมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งน้อยกว่าเช่นเดียวกับการช่วยลดอาการผิวไหม้จากแสงแดด การอักเสบและการสร้างเม็ดสี นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าวิตามินอีสามารถช่วยในเรื่องของผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เช่น ผิวหนังอักเสบ เมื่อใช้วิตามินอีร่วมกับวิตามิน C และ D ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความจริงเกี่ยวกับวิตามินอีกับรอยแผลเป็นและรอยแตกลาย

ดูแลผิว

บางบริษัทได้มีการใช้การตลาดของการใช้วิตามินอีทาเฉพาะที่เพื่อใช้ในการรักษารอยแผลเป็น อย่างไรก็ตามการศึกษาทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าวิตามินอีไม่มีส่วนช่วยในการลดรอยแผลเป็นและยังอาจนำไปสู่โรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้ (ผื่นแดงคัน) ด้วยเหตุนี้เรา minebeauty จึงไม่แนะนำให้ซื้อน้ำมันหรือแคปซูลวิตามินอีเพื่อทาบริเวณส่วนใด ๆ ของร่างกายที่มีรอยแผลเป็น ไม่ว่าจะเป็นแผลใหม่หรือแผลเก่า เพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังอาจเกิดอันตรายต่อผิวได้

การศึกษาเกี่ยวกับการทดลองในหนูแสดงให้เห็นว่าการขาดวิตามินอีอาจส่งผลให้เกิดแผลเป็นหรือรอยจากโรคผิวหนัง ด้วยเหตุนี้จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของวิตามินอีในการเร่งและสมานรอยแผลเป็น เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระโดยทั่วไปพบว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในระหว่างกระบวนการหายของแผล ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าวิตามินอีสามารถช่วยรักษาบาดแผลได้ อย่างไรก็ตามการศึกษาเพิ่มเติมกลับพบว่าไม่เป็นความจริง

วิตามินอียังเป็นที่รู้กันทั่วไปในท้องตลาดว่าช่วยลดและป้องกันรอยแตกลายพร้อมกับน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันอัลมอนด์และน้ำมันมะกอก น่าเสียดายที่ไม่มีการศึกษาใดที่แสดงให้เห็นว่ากรณีนี้ได้ผลจริง วิตามินอีไม่สามารถป้องกันหรือรักษารอยแตกลายที่มีอยู่ได้ แม้ว่าบางคนจะยังคงใช้อยู่ก็ตาม สำหรับการรักษารอยแตกลายนั้นเราควรใช้สารประเภทเรตินอลจะดีกว่ามาก ซึ่งช่วยในเรื่องการหมุนเวียนของเซลล์และสามารถช่วยให้รอยดำที่เกี่ยวข้องกับรอยแตกลายจางลงได้

วิตามินอีและเกราะป้องกันผิว

วิตามินอีสามารถช่วยปกป้องและบำรุงเป็นเกราะป้องกันผิว วิธีดูแลผิว คิดว่าเกราะป้องกันผิวหนังเป็นกำแพงที่ป้องกันไม่ให้สารพิษที่เป็นอันตรายเข้าสู่ผิวหนังของเราซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เกราะป้องกันผิวที่ถูกทำลายอาจทำให้เกิดรอยแดง การอักเสบและปัญหาอื่น ๆ เมื่อผิวของเราดูเนียนนุ่มโดยไม่มีปัญหาใด ๆ เกราะป้องกันผิวของเราก็จะแข็งแรง เมื่อเรามีปัญหาเช่นผิวแห้งกร้าน เราจะมั่นใจได้เลยว่าเกราะป้องกันผิวของเราถูกทำลายไปบ้าง วิตามินอีช่วยป้องกันสิ่งนี้โดยการช่วยรักษาไขมันตามธรรมชาติในผิวของเราให้สดชื่น ไขมันเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของเกราะป้องกันผิว ให้ถือว่าวิตามินอีเป็นปูนและเซลล์ผิวหนังของเราเป็นอิฐ ทั้งสองจะร่วมกันสร้างเกราะป้องกันผิวและรักษาความแข็งแรงได้

วิตามินอีและสิวหัวดำ

วิตามินอีมีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ซีบัมในรูขุมขนของเกิดการออกซิไดซ์ การเกิดออกซิเดชันคือสิ่งที่ทำให้สิวหัวดำเปลี่ยนเป็นสีดำ เมื่อน้ำมันที่ขึ้นมาที่ผิวของรูขุมขนสัมผัสกับออกซิเจนจะกลายเป็นสีดำเทาซึ่งเป็นลักษณะของสิวหัวดำ (สีดำนั้นไม่ได้มาจากสิ่งสกปรกอย่างที่บางคนเชื่อ) วิธีดูแลผิว วิตามินอีที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยป้องกันสิ่งนี้ได้ ควรสังเกตว่าสิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่ารูขุมขนของเราไม่อุดตัน แต่อย่างใรก็ตามในความเป็นจริงในบางกรณี วิตามินอีอาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้

วิตามินอีและวิตามินซี

ให้คิดว่าวิตามินทั้งสองนี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดหรืออาจเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ทำงานร่วมกันได้ดี เมื่อวิตามินทั้งสองรวมกันในผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ต่าง ๆ วิตามิน E และ C จะมีประสิทธิภาพมากกว่าในการช่วยป้องกันและลดการทำลายของรังสียูวี ทั้งสองเป็นส่วนผสมต่อต้านริ้วรอยที่ยอดเยี่ยมที่สามารถช่วยให้ผิวดูดีที่สุด นอกจากนี้วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย เมื่อรวมกับความสามารถของวิตามินอีในการกำจัดอนุมูลอิสระแล้วจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าวิตามินทั้งสองนี้จำเป็นต่อสุขภาพผิวมากที่สุด นอกจากนี้การรับประทานวิตามินซีและวิตามินอียังแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการป้องกันแสงแดด ซึ่งช่วยในเรื่องของดีเอ็นเอให้เกิดความเสียหายได้น้อยที่สุดหลังการออกแดด

จุดด้อยของวิตามินอี

น้ำมันวิตามินอีสำหรับผิวและแคปซูลวิตามินอีสำหรับผิวหน้าบางครั้งอาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้เมื่อทาโดยตรง โรคผิวหนังเป็นอาการทางผิวหนังที่สามารถแสดงอาการเป็นผื่นแดงคันและเป็นสะเก็ดซึ่งเป็นอาการอักเสบของผิวหนังเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันวิตามินอีและแคปซูลในบริเวณผิวที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่มีผิวมัน การใช้วิตามินอีบริสุทธิ์ในรูปแบบดังกล่าวอาจทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดปัญหาสิวได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรามีแนวโน้มที่เกิดสิวได้ง่าย การดูแลผิว วิตามินอีไม่ใช่วิตามินที่เสถียรมากนัก ส่วนใหญ่จะประสิทธิภาพจะหมดไปเมื่อผิวโดนแสงแดด นี่คือเหตุผลที่วิตามินซีจึงมีความสำคัญ เมื่อมองหาผลิตภัณฑ์วิตามินอีที่ดีที่สุดให้พิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีอยู่ในสูตรด้วย

ด้วยข้อมูลทั้งหมดข้างต้นเราจะเห็นว่าเหตุใดวิตามินอีจึงมีประโยชน์มากมายและคุ้มค่าที่จะเพิ่มเข้าไปในขั้นตอนการ ดูแลผิว ของเรา อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันหรือแคปซูลวิตามินอีโดยตรง เราสามารถใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมอยู่แล้วก็ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม จำไว้ว่าวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สามารถช่วยในเรื่องริ้วรอยได้ ดังนั้นจึงเป็นอาวุธที่สำคัญในการต่อต้านริ้วรอยของเรา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งวิตามินอีและวิตามินซี อย่ากังวลกับการใช้วิตามินอีในการรักษารอยแผลเป็นหรือรอยแตกลาย เนื่องจากอาจไม่ช่วยและอาจทำให้อาการแย่ลง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ

เฉลย! 5 พฤติกรรมทำร้ายผิว โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว รู้ก่อน ย่อม ดูแลสุขภาพผิว พรรณได้ก่อน ถ้าอยาก ดูแลผิว รักษาผิว พรรณ ทำตามนี้ได้เลย!

เผย! 4 เคล็ดลับความงามที่ได้จาก น้ำผึ้ง ผิวพรรณดีได้เพียงชั่วข้ามคืน อยากสวยอยากงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องรีบเช็คบทความนี้

4 วิธีออกกำลังกาย ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างหนักในช่วงโควิด – 19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ จะมีการออกกำลังกายในรูปแบบไหนบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ คลิกเลย!

คุณ ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก ถือได้ว่ามีหลายประการด้วยกัน และมักจะส่งผลดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน ถ้าคุณอยากรู้ว่ามีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง คลิ๊กเลย!

ในส่วนของความเครียด ความกังวล หากมีมากจนเกินไป ย่อมเป็นสาเหตุผมร่วง จริงหรือไม่นั้น สำหรับท่านใดอยากรู้ ค้นหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ