หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

เราควรใช้ ครีมวิตามินอี หรือไม่

เราควรใช้ ครีมวิตามินอี หรือไม่

เมื่อเรานึกถึงส่วนผสมในครีมต่อต้านริ้วรอย เราอาจนึกถึงเรตินอล เปปไทด์และกรดไฮยาลูโรนิก แล้ววิตามินอีเป็นอย่างไร แม้ว่าวิตามินอีอาจไม่ใช่ส่วนประกอบหลักในการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่วิตามินอีก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพผิวของเราให้แข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ แต่มีบางสิ่งที่เราต้องรู้ก่อนเริ่มใช้ ครีมวิตามินอี สำหรับผิว ตัวอย่างเช่น วิตามินอีคืออะไร วิตามินอีให้ประโยชน์อะไรกับผิว ใครควรใช้ครีมวิตามินอีสำหรับผิวและใครควรหลีกเลี่ยง ในบทความนี้เรามีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้

วิตามินอี ครีมวิตามินอี คืออะไรกันแน่

เรารู้หรือไม่ว่าคำว่า วิตามินอี (Vitamin E) หมายถึงกลุ่มของสารอาหารทั้ง 8 ชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายกัน minebeauty แต่มีหน้าที่แตกต่างกันเล็กน้อย มีสารโทโคฟีรอล (Tocopherols) 4 ชนิดและโทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) อีก 4 ชนิด สารประกอบทั้ง 8 ชนิดนี้อาจเรียกได้อย่างถูกต้องว่าวิตามินอี จากสารประกอบทั้ง 8 นี้ อัลฟาโทโคฟีรอลถือเป็นรูปแบบวิตามินอีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพและมีอยู่มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ 

เมื่อค้นหา ครีมวิตามินอี เราอาจสังเกตเห็นว่าในรายการส่วนผสมไม่ได้ระบุว่าเป็นวิตามินอีโดยตรง แต่อาจแสดงรูปแบบหนึ่งของวิตามินอีที่พบบ่อย ได้แก่ d-alpha-tocopherol, d-alpha-tocopheryl acetate, dl-alpha tocopherol และ dl-alpha tocopheryl acetate คำนำหน้าส่วนผสม d หน้าคำว่า alpha บ่งบอกว่าส่วนผสมได้มาจากแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำมันพืช ถั่วหรือเมล็ดพืช คำนำหน้าส่วนผสม dl ระบุว่าส่วนผสมถูกสร้างขึ้นจากการสังเคราะห์ การวิจัยระบุว่าโทโคฟีรอลในรูปแบบธรรมชาติมีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบสังเคราะห์ แต่ทั้งสองนี้ต่างก็มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน

วิตามินอีมีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเราอย่างไร

เราสามารถพบวิตามินอีได้ตามธรรมชาติในผิวหนังของมนุษย์และถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายได้ในน้ำมันหรือของเหลวในร่างกาย (ไขมัน) ที่สำคัญในผิวหนัง เนื่องจากวิตามินอีมีบทบาทในการรักษาสุขภาพผิวจึงได้มีการนำเอาวิตามินอีมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว แต่งหน้า ประเภทต่าง ๆ มายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว วิตามินอีมีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร ต่อไปนี้คือประโยชน์ 4 ประการของการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินอีสำหรับผิว

1. ให้ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพ สาเหตุหลักประการหนึ่งในการใช้ ครีมวิตามินอี เนื่องมาจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ วิตามินอีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแบบทำลายลูกโซ่ เนื่องจากมีบทบาทในการขัดขวางปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ การทำงานของวิตามินอีจะทำงานโดยการส่งอะตอมไฮโดรเจนไปยังอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางผิวหนังได้ เพราะว่าวิตามินอีละลายในไขมันได้ จึงรวมอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์เพื่อป้องกันความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน สิ่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะอนุมูลอิสระเป็นโมเลกุลที่ไม่เสถียรและมีปฏิกิริยาสูง ซึ่งนำไปสู่สัญญาณแห่งวัย เช่น ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยและฝ้า

2. ช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ทำงานได้ดีขึ้น ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของ วิตามินอี ครีม จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานร่วมกับกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) ด้วยเหตุนี้วิตามินซีและวิตามินอีจึงถูกเรียกว่าสารต้านอนุมูลอิสระในเครือข่าย สิ่งพิมพ์ในวารสาร Dermatologic Therapy อธิบายว่าเนื่องจากวิตามินซีสร้างวิตามินอีที่ถูกออกซิไดซ์ การผสมวิตามินทั้งสองในสูตรเวชสำอางนี้จะช่วยเสริมฤทธิ์กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันรังสียูวี นอกจากนี้การศึกษาวิจัยรายงานว่าวิตามินซียังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ในขณะที่วิตามินอีมีประสิทธิภาพในการต่อต้านรังสี UVB มากกว่า ดังนั้นเมื่อสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้รวมกันจะมีการป้องกันรังสี UVA และ UVB ที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่ออยู่ในรูปของครีมกันแดด

3. วิตามินอีช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ครีมวิตามินอี ยี่ห้อไหนดี จากการตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients กล่าวว่าการทำงานของวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระร่วมกับการมีอยู่ในผิวหนังของมนุษย์ หมายความว่าวิตามินอีอาจปกป้องผิวจากการทำลายของรังสี UV ได้ มีหลักฐานว่าวิตามินอีที่ทาเฉพาะที่ โดยเฉพาะสารอัลฟาโทโคฟีรอลที่ให้ฤทธิ์ในการป้องกันแสงแดดจากความเสียหายของผิวหนังที่เกิดจากรังสียูวีได้ดี เช่น ผื่นแดงและอาการบวมน้ำ นอกจากนี้สารอัลฟาโทโคฟีรอลยังสามารถปกป้องผิวจากการตอบสนองต่อการได้รับรังสี UVA และ UVB แบบเรื้อรังได้อีกด้วย ทำให้ลดการเกิดริ้วรอยและมะเร็งผิวหนัง

4. วิตามินอีช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว นอกเหนือจากฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพแล้ว วิตามินอียังช่วยให้ผิวหนังคงความชุ่มชื้นโดยการเสริมสร้างการทำงานของเกราะป้องกันผิว เมื่อโทโคฟีรอลถูกส่งไปยังผิวหนังของเราผ่านต่อมไขมัน (น้ำมัน) จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจับตัวของน้ำและให้ความชุ่มชื้นกับชั้นผิวคอร์เนียม (ชั้นบนสุดของผิวหนัง) นอกจากนี้ยังถือเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวและรักษาโรคผิวหนังภูมิแพ้ เช่น กลาก เป็นต้น

ใครควรใช้ครีมวิตามินอีสำหรับผิวและใครที่ควรหลีกเลี่ยง

ครีมวิตามินอี

ครีมวิตามินอีมีประโยชน์ต่อสภาพผิวเกือบทุกประเภท ผู้ที่มีผิวหนังที่โตเต็มที่อาจต้องการพิจารณาใช้ ครีมวิตามินอี เพื่อใช้ในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นได้ หากเรามีผิวแห้งกร้านหรือเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น เรื้อนหรือกลาก ครีมวิตามินอีอาจมีประโยชน์เนื่องจากช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและเพิ่มการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ สุดท้ายนี้หากเราเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน เราก็สามารถปกป้องผิวของเราเพิ่มเติมได้โดยใช้ครีมวิตามินอีร่วมกับครีมกันแดด

มีใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีมวิตามินอี ผลปรากฎว่าวิตามินอีสามารถทำหน้าที่เป็นสารก่อภูมิแพ้บางชนิดได้ (แม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาก็ตาม) ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีผิวบอบบางมากอาจต้องการทำการทดสอบทางการแพทย์ก่อนใช้ครีมวิตามินอี ครีมวิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำให้ผู้ที่มีผิวมันหรือผู้ที่เป็นสิวง่ายหลีกเลี่ยงการใช้ครีมวิตามินอี จำได้ว่าเราอธิบายว่าวิตามินอีละลายในไขมันได้อย่างไร นั่นหมายความว่าวิตามินอีสามารถแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขนของเราได้อย่างง่ายดายและอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผิวของเรามีความมันอยู่แล้ว ในขณะที่ควรให้วิตามินอีเพียงเล็กน้อย แต่วิตามินอีที่มีความเข้มข้นสูงกว่าในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอาจทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวได้

ควรใช้วิตามินอีสำหรับรอยแผลเป็นหรือไม่

ครีมวิตามินอี มักถูกขนานนามว่าเป็นวิธีการรักษาตามธรรมชาติสำหรับการป้องกันและรักษารอยแผลเป็น วิตามินเป็นสารอาหาร นั่นหมายความว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติในการรักษารอยแผลเป็นด้วยตัวเราเองใช่หรือไม่ ที่จริงแล้ว วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นอย่างอื่น การศึกษาวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าวิตามินอีไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเรื่องแผลเป็นเท่านั้น แต่ยังทำให้รอยแผลเป็นของเราแย่ลง 

ตัวอย่างเช่น การศึกษาของนักวิจัย Baumann และ Spencer ได้ประเมินผลของวิตามินอีที่ใช้เฉพาะที่ต่อลักษณะความงามของแผลเป็นหลังการผ่าตัดจากมะเร็งผิวหนัง หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์พบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของแผลเป็นของผู้ป่วยไม่ดีขึ้นและมีบางส่วนแย่ลงเมื่อใช้วิตามินอีเฉพาะที่ สาเหตุที่แผลเป็นบางส่วนแย่ลงหลังจากใช้วิตามินอีเนื่องจากอาการแพ้ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า contact dermatitis ซึ่งอาจทำให้แผลเป็นรุนแรงขึ้น ครีมวิตามินอี ยี่ห้อไหนดี โดยรวมแล้วการศึกษาสรุปได้ว่าวิตามินอีไม่ได้ช่วยลดรอยแผลเป็นและนำไปสู่การเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสได้สูง แม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าวิตามินอีมีส่วนสำคัญต่อสุขภาพผิวของเรา แต่กลับกลายเป็นว่าถ้าใช้สิ่งดี ๆ มากเกินไปก็ทำให้แย่ลงได้

อย่างที่เราเห็นว่าวิตามินอีเป็นส่วนประกอบในการดูแลผิวที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากมายที่มีวิตามินอี แต่เราคิดว่าผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ วิตามินอี ครีม ที่ดีที่สุด ให้ดูที่ส่วนผสมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี กรดเฟรูลิกและไนอาซินาไมด์ เพื่อคุณสมบัติที่ช่วยในการปกป้องผิวให้ดูกระจ่างใส เปล่งประกายและมีชีวิตชีวา ส่วนผสมที่มีศักยภาพเหล่านี้จะช่วยต่อต้านความเสียหายจากอนุมูลอิสระ จัดการกับรอยดำและทำให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้น

บทความน่าสนใจ

เฉลย! 5 พฤติกรรมทำร้ายผิว โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว รู้ก่อน ย่อม ดูแลสุขภาพผิว พรรณได้ก่อน ถ้าอยาก ดูแลผิว รักษาผิว พรรณ ทำตามนี้ได้เลย!

เผย! 4 เคล็ดลับความงามที่ได้จาก น้ำผึ้ง ผิวพรรณดีได้เพียงชั่วข้ามคืน อยากสวยอยากงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องรีบเช็คบทความนี้

4 วิธีออกกำลังกาย ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างหนักในช่วงโควิด – 19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ จะมีการออกกำลังกายในรูปแบบไหนบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ คลิกเลย!

คุณ ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก ถือได้ว่ามีหลายประการด้วยกัน และมักจะส่งผลดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน ถ้าคุณอยากรู้ว่ามีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง คลิ๊กเลย!

ในส่วนของความเครียด ความกังวล หากมีมากจนเกินไป ย่อมเป็นสาเหตุผมร่วง จริงหรือไม่นั้น สำหรับท่านใดอยากรู้ ค้นหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ