หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

อาหารไม่ย่อยต้องกิน อาหารช่วยย่อย

อาหารไม่ย่อยต้องกิน อาหารช่วยย่อย

หลังจากที่กินอาหารมื้อใหญ่จบไปแล้วสาว ๆ คงรู้สึกแน่นท้อง ต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้สึกสบายตัวขึ้น ทว่าก็มีบ่อยครั้งที่อึดอัดมากและรอเวลานานเกินไปจนคิดว่าอาหารคงไม่ย่อยแล้ว บางคนก็นาน ๆ เป็นสักที บางคนก็เป็นประจำทุกครั้งที่กินอาหารมื้อหนักเข้าไป หากกำลังเผชิญอยู่กับอาการปวดบริเวณยอดอกหรือใต้ล้นปี่อยู่ล่ะก็ ต้องหาตัวช่วยที่จะทำให้อาการจุกเสียดแน่นท้องหายไป วิธีการนั้นก็คือการกินอาหารช่วยย่อยนั่นเอง สาว ๆ ไม่ต้องงงหรือเถียงในใจว่าอิ่มจะแย่แล้ว กินเข้าไปอีกมันจะดีเหรอ ไม่ใช่ว่าถึงขึ้นอาเจียนออกมา เพราะฉะนั้น มาพิสูจน์กันเลยว่า อาหารช่วยย่อย จะย่อยอาหารได้จริงหรือไม่

ท้องอืดเกิดจากอะไร อาหารช่วยย่อย

รู้หรือไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้สาว ๆ มีอาการแน่นท้องเพราะอาหารไม่ย่อยนั้นโดยมากแล้วเกิดจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต รวมถึงอาหารที่กินเข้าไปด้วย อาหารย่อยง่าย สำรวจเลยว่ามีข้อไหนบ้างที่สาว ๆ มักจะทำไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว

สาเหตุที่ 1 พฤติกรรมการกิน ไม่ว่าจะเป็นการกินคำใหญ่ กลืนเร็ว เคี้ยวไม่ละเอียด กินเร็ว กินเยอะในเวลารวดเร็ว 

สาเหตุที่ 2 อาหารที่กินเข้าไป โดยเฉพาะรสชาติเผ็ด เปรี้ยว หรืออาหารมัน อาหารย่อยยาก อาหารดิบ หรือพวกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแก๊สอย่างน้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ รวมถึงพวกชา กาแฟที่มีคาเฟอีนด้วย

สาเหตุที่ 3 วิถีชีวิต เช่น ความเครียด ความคิดมากและกังวล การเป็นคนที่ติดเหล้าติดบุหรี่ เป็นต้น

สาเหตุที่ 4 มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ปกติแล้วคนอ้วนมักจะมีอาการท้องอืดเพราะอาหารไม่ย่อยมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีแรงดันในช่องท้องจำนวนมาก

สาเหตุที่ 5 การตั้งครรภ์ สำหรับว่าที่คุณแม่จะมีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงเพราะมดลูกมีขนาดใหญ่มากขึ้น เมื่อมีการขยายออกก็ทำให้เกิดแรงกดในช่องท้องอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้

สาเหตุที่ 6 ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ซึ่งยาบางชนิดไม่ว่าจะเป็นยาสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร

สาเหตุที่ 7 มีโรคประจำตัว สาว ๆ รู้หรือไม่ว่าปัญหา สุขภาพ บางอย่างก็ส่งผลทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้เช่นกัน เช่น  โรคเกี่ยวกับลำไส้เล็ก, โรคกรดไหลย้อน, โรคนิ่วในถุงน้ำดี หรือแม้แต่คนที่แพ้กลูเตน เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังรวมไปถึงกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาอีกด้วย

อาหารไม่ย่อยอันตรายหรือไม่

จริง ๆ แล้วอาการแน่นท้องเพราะอาหารไม่ย่อยเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ว่าจะต้องต้องไม่เกิดขึ้นบ่อยหรือถี่จนเกินไป ไม่ใช่ว่ากินทุกครั้งก็แน่นท้องทุกครั้ง แบบนี้เรียกว่าเสี่ยงที่จะเป็นโรคแล้ว จะต้องรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษา รวมไปถึงมีอาการต่อไปนี้เกิดขึ้นด้วยและเป็นมากกว่า 1 สัปดาห์ขึ้นไป 

กินอาหารไม่มากแต่ก็ท้องอืดอยู่ดี

กินได้ไม่นานก็อิ่มแล้ว

มีอาการแสบร้อนกลางทรวงอก โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกกับสะดือ

มักจะเรอออกมาเสมอ รวมถึงรู้สึกคลื่นไส้และอาเจียน

ทำอย่างไรจึงจะช่วยลดการท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารย่อยง่าย ลงได้ 

กินปริมาณพอดี เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่ากินเยอะหรือตามใจปากเพราะความอร่อยหรืออยากกิน 

เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน อย่ากินอาหารคำโตหรือกินเร็วเกินไป

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและมีไขมันสูง รวมถึงการงดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

กิน อาหารช่วยย่อย เพื่อขับลมในท้อง พุงที่ป่องก็จะยุบลง หรือช่วยลดความอึดอัดที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้

อาหารช่วยย่อย

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ : เป็น อาหารช่วยย่อย ชั้นเลิศ เนื่องจากกรดในผลไม้ไม่ว่าจะเป็นสตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, มัลเบอร์รี่มีสรรพคุณที่ทำให้ท้องที่อืดอยู่หายแน่นได้เป็นอย่างดี

สับปะรด : ถ้าสาว ๆ ที่ชอบเข้าครัวทำอาหารจะรู้ดีว่าสับปะรดเป็นหนึ่งในวัตถุดิบการหมักเนื้อให้เปื่อยและนุ่มเร็วขึ้น เพราะสรรพคุณของเอนไซม์โบรมีเลนที่อยู่ในสับปะรดนั้นมีฤทธิ์ในการย่อยโปรตีนได้เป็นอย่างดี หากสาว ๆ ท้องอืดก็ควรกินสับปะรดเพื่อช่วยย่อยอาหาร เมนูอาหารแก้ท้องอืด ที่สำคัญ ไฟเบอร์ในสับปะรดยังเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการขับถ่ายให้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

มะละกอ :  ถ้าในสับปะรดมีเอนไซม์โบรมีเลนที่ช่วยในการย่อยอาหาร เมนูอาหารแก้ท้องอืด ในมะละกอก็มีเอนไซน์พาเพนที่มีคุณสมบัติเดียวกัน ทำให้อาการแน่นจุกเสียดหายไป พร้อมด้วยการขับถ่ายที่สะดวกมากขึ้น เพราะมะละกอมีไฟเบอร์สูงมาก ลองจัดมะละกอไว้เป็นของหวานล้างปากหลังจากจบอาหารมื้อใหญ่ดูแล้วจะรู้ว่ามันสบายท้องมากขึ้น

แตงกวา : อย่าเพิ่งคิดว่าแตงกวาทำให้ผิวสวยเท่านั้น เพราะไฟเบอร์ในแตงกวามีสรรพคุณในการกระตุ้นการย่อยอาหารได้ดีมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายได้ดีด้วย อาหารย่อยง่าย ช่วยลดบวมจากการกินอาหารรสเค็มจัด เพราะแตงกวาเป็นผักที่มีน้ำเยอะ รู้แบบนี้แล้วอย่าเขี่ยแตงกวาที่อยู่ข้างจานทิ้งอีกเลย กินไปพร้อมกับมื้ออาหารนั่นแหละจะทำให้อาหารย่อยได้ดี

ขิง : สาว ๆ คงรู้กันดีอยู่แล้วขิงช่วยไล่ลมได้เป็นอย่างดี ทำให้อาหารท้องอืดลดน้อยลงเพราะช่วยย่อยอาหาร หากกินขิงสด ๆ ไม่ได้ อาจจะรู้สึกเผ็ดก็สามารถกินขิงผงชงกับน้ำอุ่นได้เช่นกัน หรือจะเป็นชาขิงที่มีวางขายอยู่หลากหลายยี่ห้อในเวลานี้

สะระแหน่ : สาว ๆ สายแซ่บมักจะกินใบสะระแหน่เป็นผักเคียงกับเมนูยำ เมนูลาบ หรืออาหารรสจัดต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยมากแล้วจึงไม่ค่อยพบอาการท้องอืดเท่าไหร่นักเพราะว่าใบสะระแหน่มีสรรพคุณที่ช่วยลดอาการแน่นท้องเพราะช่วยย่อยอาหาร อีกทั้งช่วยขับลมและเหงื่อได้ดี หากสาว ๆ ไม่เคยกินหรือยังไม่คุ้นชินกับกลิ่นและรสก็สามารถนำใบสะระแหน่ 5-10 ใบไปแช่ในน้ำอุ่น ทิ้งเอาไว้ให้น้ำมันในใบสะระแหน่ระเหยออกมาสัก 3-5 นาที ก่อนจะดื่มให้กรองเอากากออกจากกาน้ำชานั้นเสียก่อน แล้วจิบน้ำเรื่อย ๆ ได้ตลอดทั้งวัน อาการท้องอืดก็จะบรรเทาลง

ขมิ้นชัน : ถือเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยในการขับลม ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง เป็น อาหารช่วยย่อย ที่ดี เพราะขมิ้นชันจะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำดีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหารในร่างกาย เพราะฉะนั้น ลองกินขมิ้นชันดูสักครั้ง สีเหลือง ๆ ยั่วยวนให้ลิ้มรสนี้อาจะช่วยให้กินง่ายขึ้นเหมือนกับที่เอามาเป็นส่วนผสมในการพอกผิวเพื่อบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใสนั่นเอง 

สมูทตี้สีเขียว : บ่อยครั้งอาการแน่นท้องเกิดมาจากร่างกายมีอาการบวมน้ำ เป็นเพราะว่าดื่มน้ำน้อยเกินไปและไม่กินผักใบเขียว เพราะฉะนั้น กินผักให้มากขึ้นอาการก็จะดีขึ้น แต่ถ้ากินผักไม่เก่งอาจจะไม่ชอบหรือรู้สึกขมเกินไป ลองกินสมูทตี้สีเขียวดูก็พอจะช่วยได้ แถมยังทำให้กินผักได้เยอะขึ้นโดยไม่ต้องรู้สึกอะไรนอกจากอร่อยอีกด้วย สำหรับสมูทตี้สีเขียวก็มีมากมายหลายสูตร ซึ่งมีสูตรหนึ่งที่มีชื่อว่า Green Goddess น่าสนใจเพราะส่วนผสมมีแต่ผักสีเขียวทั้งหมด แน่นอนว่าความเขียวทั้งหลายช่วยเรื่องดีท็อกซ์ ขับของเสียออกจากร่างกาย แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือมีทั้งวิตามิน A และ C ช่วยกู้โทรมให้กลับมาสวยอีกครั้ง 

สำหรับวัตถุดิบ อาหารช่วยย่อย ที่ต้องเตรียมสำหรับ Green Goddess ได้แก่ ผักโขม 10 ใบ, เซเลอรี่ 1 ก้าน, แตงกวาครึ่งลูก และพาร์สลีย์ครึ่งถ้วย โดยนำเอาส่วนผสมทุกอย่างไปล้างทำความสะอาดจากนั้นเทลงไปในโถปั่น ถ้าชอบความเย็นก็ใส่น้ำแข็งลงไป นอกจากจะเย็นสดชื่นแล้ว น้ำแข็งเมื่อใส่ลงไปปั่นแล้วจะทำให้สมูทตี้เนื้อเนียนละเอียดมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าสาว ๆ คิดว่าดื่มแก้วนี้ไม่ไหวแน่ แนะนำให้เติมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชาลงไปจะช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าสมูทตี้แก้วเล็ก ๆ แก้วนี้จะอัดแน่นไปด้วยกากใยจากผัก บอกลาอาหารไม่ย่อยได้อย่างง่ายดาย

แม้จะมีวิธีรับมือกับความจุกเสียดแล้ว แต่สาว ๆ ก็ต้องพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้กินเยอะเกินไป เพราะอาหารมื้อหนักนั้นไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว ที่สำคัญ ร่างกายต้องการน้ำเปล่า minebeauty อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว นอกจากท้องจะไม่อืดเพราะระบบย่อยอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอยู่เสมออีกด้วย

บทความน่าสนใจ

เฉลย! 5 พฤติกรรมทำร้ายผิว โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว รู้ก่อน ย่อม ดูแลสุขภาพผิว พรรณได้ก่อน ถ้าอยาก ดูแลผิว รักษาผิว พรรณ ทำตามนี้ได้เลย!

เผย! 4 เคล็ดลับความงามที่ได้จาก น้ำผึ้ง ผิวพรรณดีได้เพียงชั่วข้ามคืน อยากสวยอยากงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องรีบเช็คบทความนี้

4 วิธีออกกำลังกาย ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างหนักในช่วงโควิด – 19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ จะมีการออกกำลังกายในรูปแบบไหนบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ คลิกเลย!

คุณ ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก ถือได้ว่ามีหลายประการด้วยกัน และมักจะส่งผลดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน ถ้าคุณอยากรู้ว่ามีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง คลิ๊กเลย!

ในส่วนของความเครียด ความกังวล หากมีมากจนเกินไป ย่อมเป็นสาเหตุผมร่วง จริงหรือไม่นั้น สำหรับท่านใดอยากรู้ ค้นหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ