หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

สิ่งที่ควรเพิ่มเข้ามาในการ บำรุงผิว ประจำวัน พร้อมวิธีรับมือกับผิวมัน

สิ่งที่ควรเพิ่มเข้ามาในการ บำรุงผิว ประจำวัน พร้อมวิธีรับมือกับผิวมัน

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งใหม่ ๆ นั่นก็หมายถึงการสร้างนิสัยที่ดีเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็กำจัดสิ่งเก่า ๆ ออกจากชีวิตไปด้วย ตอนนี้เราอาจมีชุดผลิตภัณฑ์ ดูแลผิว ในประจำวันที่อยู่ในขั้นตอนการ บำรุงผิว แล้วและถ้ามันใช้ได้ผลกับเราก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากเราสนใจที่จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นหรือกำลังมองหาแนวคิดที่จะเปลี่ยนนิสัยที่เรารู้ว่าทำแล้วไม่ได้ผล เรามีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ คือการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสุขภาพที่เราควรทำในการดูแลผิวประจำวันของเรา

การเปลี่ยนแปลง บำรุงผิว เพื่อผิวที่ดีขึ้นใน 11 ข้อ

1. มาส์กบำรุงผิวหน้าทุกสัปดาห์ การมาส์กหน้าสามารถสร้างความแตกต่างให้กับผิวของเราได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผิวต้องการ หากเราต้องการแก้ปัญหาในเรื่องของริ้วรอย ให้เลือกใช้มาส์ก บำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนหรือไฮยารูลอน หากเราต้องการการดีท็อกซ์และเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ใบหน้า ให้เลือกมาส์กบำรุงที่เป็นกรดผลไม้อ่อน ๆ หากเกิดความลังเลที่จะใส่อะไรลงบนผิวของเราเนื่องจากอาการแพ้ ให้เลือกมาส์กที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง

2. ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หากเราอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำไม่สะอาด การล้างหน้าในอ่างล้างหน้าอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เหตุผลที่น้ำจัดประเภทเป็นน้ำบาดาลหรือน้ำประปาขึ้นอยู่กับปริมาณของแร่ธาตุ น้ำบาดาลมีแคลเซียมเป็นจำนวนมากซึ่งทำให้ยากต่อการละลายสบู่ แชมพูหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หรือทำให้เกิดสารตกค้างจากผิวของเรา สิ่งนี้สามารถนำไปสู่รูขุมขนที่อุดตันหรือผิวที่บอบบางและเป็นขุย 

3. กินอาหารเพื่อสุขภาพและดื่มน้ำให้มากขึ้น สิ่งที่เราใส่เข้าไปในร่างกายถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการ ดูแลผิว ของเรา ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ยิ่งเราได้รับวิตามินและสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากเท่าไหร่ก็จะแสดงบนผิวของเราได้มากขึ้นเท่านั้น ร่างกายของเราไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหากปราศจากน้ำ น้ำช่วยเติมความหล่อลื่นและเติมเต็มทุกอย่างเพื่อให้อวัยวะของเราสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและดีที่สุด

4. เรียงลำดับการทาสกินแคร์จากความเบาบางที่สุดไล่ไปจนถึงหนักมากที่สุด เป็นเรื่องสมเหตุสมผลถ้าเราคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ ใบหน้าของเรามีโอกาสน้อยมากที่จะดูดซับคุณสมบัติจากเซรั่มที่มีเนื้อเบาบางถ้าหากว่ามีการคั่นด้วยครีม บำรุงผิว หน้าที่มีเนื้อเข้มข้นมาก ๆ อย่ากลัวที่จะใช้เวลาสักครู่เว้นช่วงเวลาในการทาครีมเพื่อให้ผิวของเรามีเวลาเก็บเกี่ยววิตามินและสารอาหารทั้งหมด

5. ปกป้องผิวของเราในระหว่างวันและฟื้นฟูในเวลากลางคืน ร่างกายสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้กับตัวเองมากที่สุดในเวลากลางคืน นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมด้วยสารอาหารมาให้เราในช่วงก่อนนอน ในระหว่างวัน สิ่งสำคัญคือเราต้องปกป้องผิวของเราจากมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม เช่น ดวงอาทิตย์หรืออากาศที่แห้ง หากเราปกป้องและบำรุงผลิตภัณฑ์มากเกินไปอาจเป็นไปได้ว่าผิวของเราจะไม่สามารถดูดซับทุกสิ่งตามที่ต้องการ ดังนั้นทาครีมกันแดดในตอนกลางวันเพื่อปกป้องและครีม บำรุงผิว เพื่อฟื้นฟูในเวลากลางคืน

6. ลองใช้ Microneedling

คุณคุ้นเคยกับการรักษาที่เป็นนวัตกรรมนี้หรือไม่ ในขณะที่มันอาจฟังดูน่ากลัวเล็กน้อย การรักษานี้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้างไปจนถึงริ้วรอยบนใบหน้า หากเรามีผิวที่บอบบางมากเกินไป เราขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อดูว่าสิ่งนี้เหมาะกับเราหรือไม่ แน่นอนว่าการใช้เข็มเล็ก ๆ ส่งไปใต้ผิวหนังจะให้ผลลัพธ์ของใบหน้าที่ดูอิ่มฟูและสุขภาพดีมากขึ้น

7. ระวังผลิตภัณฑ์ที่ทำร้ายผิว ผิวของเรามีไว้เพื่อปกป้องเรา หากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมในการทำร้ายผิวของเราอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์นั้นอาจกำจัดแบคทีเรียบางตัวบนผิวหนังของเรา แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นว่ามันกำลังทำลายจุลินทรีย์ตามธรรมชาติซึ่งมีไว้เพื่อปกป้องเรา พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผิวและพยายามบำรุงให้มากที่สุดหากทำได้

8. ใส่วิตามินซี อีและเอเข้าสู่ขั้นตอนการ ดูแลผิว ของเรา วิตามินเอกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวที่มีสุขภาพดีเนื่องจากช่วยให้ผิวหนังหนาขึ้นและกระตุ้นผิวหนัง วิตามินซีช่วยป้องกันและรักษาความเสียหายจากรังสีอัลตราไวโอเลตรวมทั้งเพิ่มการผลิตคอลลาเจน วิตามินอีเกี่ยวข้องกับการรักษาและช่วยในการลดรอยแผลเป็น คุณสมบัติมากมายเช่นนี้ก็ควรเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินเหล่านี้ด้วย

บำรุงผิว

9. หลีกเลี่ยงการสครับริมฝีปาก ในขณะที่เราอาจเดาได้ว่าผิวหนังบนริมฝีปากของเรานั้นมีความบอบบางมากกว่าผิวที่เหลือบนใบหน้าของเรา เมื่อเราทำการสครับริมฝีปากอย่างรุนแรงมากเกินไป กลายเป็นว่าเราไปสร้างความเสียหายบนริมฝีปากอย่างใหญ่หลวงซึ่งอาจใช้เวลาในการรักษานานกว่าปกติ

10. อย่าสครับผิวมากเกินไป สิ่งนี้สัมพันธ์กับการสครับริมฝีปากด้วยส่วนผสมที่รุนแรง แต่ถ้าเราไปทำลายสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติของผิวจากการสครับผิวมากเกินไป ผิวหนังของเราจะเกิดอาการแพ้และไวต่อแสงแดดได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้ทำให้ผิวเราอ่อนแอต่อการถูกแดดเผา เกิดสิวและการติดเชื้อชนิดอื่นเนื่องจากผิวหนังของเราบอบบางมากเกินไป

11. ใช้น้ำมันมะพร้าว มีสองอย่างที่ควรระวังเมื่อใช้น้ำมันมะพร้าว ผู้ที่มีผิวเป็นสิวได้ง่ายและผู้ที่มีผิวมัน น้ำมันมะพร้าวอาจเป็นสิ่งกระตุ้นการเกิดสิวได้เล็กน้อย ดังนั้นควรใช้ในปริมาณที่จำกัด ถ้าเรามีสภาพผิวทั้งสองอย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันมะพร้าวและหันไปใช้น้ำมัน บำรุงผิว ที่มีเนื้อเบามากกว่าและไม่ทำให้อุดตันรูขุมขนอย่างน้ำมันอาร์แกนหรือเชียบัตเตอร์

วิธีรับมือกับสภาพผิวมัน

1. ก่อนอื่นมองหาสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้ผิวมัน ขั้นตอน วิธีดูแลผิว ที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะทำสิ่งใด ๆ คือการรู้ว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิดความมันของเรา น้ำมันเกิดจากการผลิตไขมันส่วนเกินโดยต่อมไขมันของเราซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ยิ่งต่อมของเรามีมากเท่าไหร่ น้ำมันก็จะผลิตมากขึ้นเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนความเครียดและการควบคุม อาหาร ก็มีส่วนร่วมในการผลิตน้ำมันได้อีกด้วย ลองนึกถึงนิสัยประจำวันบางอย่างที่อาจมีส่วนทำให้เกิดน้ำมันมากขึ้นหรือถ้าครอบครัวมีประวัติผิวมัน

2. ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป เมื่อเราล้างหน้ามากเกินไป ผิวของเราจะแห้ง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการระคายเคืองเท่านั้น แต่ยังสร้างความมันมากเกินไปเนื่องจากผิวของเราพยายามที่จะชดเชยน้ำมันที่มันสูญเสียไป ลองใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอ่อนโยนที่มีกรดซาลิไซลิคพื่อปกป้องผิวของเราในขณะที่ทำลายน้ำมันส่วนเกิน อย่าลืมล้างมือก่อนล้างหน้าเสมอ ถ้ากังวลว่าหน้ามันจนเกินไปให้ใช้กระดาษซับหน้ามันระหว่างวันและไม่ควรใช้กระดาษซับหน้ามันบ่อยจนเกินไป เหตุผลเดียวกับการล้างหน้าบ่อยเกินไปนั่นเอง

3. ลองใช้โทนเนอร์และสครับผิว มีโทนเนอร์บางตัวมีผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยรับมือกับคนที่มีสภาพผิวมัน ทุกคนควรสครับผิว หากเรามีผิวมัน เราควรกำจัดเซลล์ผิวเก่าออกไปอย่างแน่นอนเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วจำนวนมากอุดตันที่ผิว ให้สครับผิวอย่างอ่อนโยนสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้ง หากเรามีแนวโน้มที่จะเป็นสิวมากขึ้นอีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้มาส์กผิวที่มีส่วนผสมของกินเหนียวเพื่อดูดซับความมันจากรูขุมขนออกได้

4. เปลี่ยนรองพื้น หากรองพื้นของเรามันเยิ้มเกินไป เราอาจเลือกใช้รองพื้นที่ปราศจากน้ำมัน รองพื้นแบบแมทก็ใช้ได้เช่นกัน ก่อนใช้รองพื้นก็ให้ใช้ไพรเมอร์ลงก่อน ไพรเมอร์จะดูดซับน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าให้ก่อนที่จะลงรองพื้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวของเราเนียนนุ่มและช่วยให้การแต่งหน้าของเราติดทนยาวนานยิ่งขึ้น

5. ค้นหาครีมกันแดดและครีมบำรุงที่เหมาะสม เป้าหมายของคนผิวมันคือการหาครีมกันแดดที่มีน้ำหนักเบาและมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีที่เป็นอันตราย ค้นหาคำหลักเช่นปราศจากน้ำมันและไม่ทำให้เกิดสิวในครีมกันแดด ผิวของเราจะดูดซับได้ง่ายขึ้น พิจารณาการบำรุงผิวด้วยเนื้อเจลแทนครีม มอยเจอร์ไรเซอร์อาจมีน้ำหนักค่อนข้างหนักเช่นครีมกันแดด บางครั้งครีมบำรุงผิวแบบเจลเป็น วิธีดูแลผิว ที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ไม่หนักผิวและดูดซึมได้ง่าย

ปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับสาว ๆ มากที่สุดคือการที่มีสภาพผิวที่มันเยิ้ม เป็นปัญหา ความงาม โลกแตกสำหรับสาว ๆ เลยก็ว่าได้ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจและไม่กล้าทาครีมบำรุง เพราะว่ากลัวว่าจะทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวขึ้น แต่อย่างที่เราบอกไปว่าผิวมันเกิดจากผิวขาดการบำรุงจนทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ดังนั้นเราจึงต้องเพิ่มการบำรุงมากขึ้นโดยการมาส์กหน้า บำรุงผิว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้เรารู้สึกประหลาดใจได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความน่าสนใจ

นวดอโรม่า (Aroma Massage) คือ ศาสตร์การนวดอีกแขนงหนึ่งที่มุ่งเน้นการใช้น้ำมันหอมระเหย เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญประกอบการนวด

โรคซึมเศร้า เป็นอาการผิดปกติของอารมณ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั้งด้านความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมเศร้าหมองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แฮม เป็นชิ้นเนื้อสัตว์จากต้นขาหลังของสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สุกร แฮมส่วนใหญ่ผ่านการถนอมอาหารและสามารถรับประทานได้ทั้งแบบสุกและดิบ

อาร์ติโชค เป็นพืชเมืองหนาว มีถิ่นกำเนิดในยุโรปเขตเมดิเตอร์เรเนียน มีสรรพคุณทางยา สามารถบริโภคสดหรือปรุงเป็นอาหาร

ชุดเดรส เป็นเสื้อผ้าที่ผู้หญิงหรือเด็กหญิงมักสวมใส่ ซึ่งเป็นเสื้อผ้าชิ้นเดียวที่มีกระโปรงยาวเท่าใดก็ได้ และสามารถเป็นทางการหรือลำลองก็ได้