หมวดหมู่
minebeauty

เมนู

วิธีซักผ้า ซักผ้าผิดวิธีอยู่หรือไม่

วิธีซักผ้า ซักผ้าผิดวิธีอยู่หรือไม่

หนึ่งในเรื่องความสวยงามนั้นมาจาก แฟชั่น เสื้อผ้าที่สวมใส่ ทั้งรูปทรงและชนิดของผ้า แต่ที่มองข้ามไปไม่ได้เลยคือความสะอาดที่จะได้มาจากการซักเสื้อผ้าที่ถูกต้องตามขั้นตอน ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายที่ทำกันเป็นประจำในชีวิต แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีสาว ๆ หลายคนซักผ้าผิดวิธีโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น วิธีซักผ้า มาสำรวจตัวเองกันว่าการซักผ้าที่ทำอยู่นั้นมาถูกทางแล้วหรือยัง จะได้มีเสื้อผ้าที่สะอาดสวมใส่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีและความสวยงามที่ปรากฏให้ผู้อื่นเห็น

วิธีซักผ้า แบบนี้เรียกว่าผิด

ขยี้ผ้าแรงเกินไป : จริงอยู่ที่หัวใจของ การซักผ้า คือการขยี้เพื่อที่จะทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกไปให้หมด โดยเฉพาะถ้ามีคราบหนักที่ซักออกยากก็ต้องเพิ่มแรงขยี้ให้หนักมือเข้าไปอีก แต่รู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนั้นทำให้คราบสกปรกแทรกซึมไปกับส่วนอื่น ๆ จนทำให้เนื้อผ้าถูกทำลาย วิธีที่ดีที่สุดคือการไม่ขยี้ผ้าแรงจนเกินไป หากมีคราบสกปรกหนัก ๆ ให้หาทางขจัดคราบนั้นออกไปก่อน อาจจะจางลงก่อนจนเหลือแค่รอยเปื้อนจาง ๆ แล้วจึงนำไปซักตามปกติ 

ใส่ผงซักฟอกเยอะ : การใส่ผงซักฟอกหรือแม้แต่น้ำยาซักผ้ามากเกินไปกว่าปริมาณเสื้อผ้าที่จะซักไม่ได้ทำให้เสื้อผ้าสะอาดมากขึ้น แต่จะทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ซ้ำยังทำให้คราบสกปรกติดแน่นในเสื้อผ้าอีกด้วยเพราะฤทธิ์การทำลายสิ่งสกปรกมีมากเกินไป

ไม่ลืมขั้นตอนเก่า : ก่อนที่เมืองไทยบ้านเราจะประกาศห้ามใช้สารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต (SLS : Sodium Lauryl Sulfate) เนื่องจากเป็นสารอันตรายที่สามารถก่อโรคมะเร็งได้และต้องทำตามคำแนะนำสำหรับการใช้สารนี้ซึ่งเป็นส่วนผสมหนึ่งในผงซักฟอก โดยจะต้องเติมน้ำลงไปก่อนแล้วจึงใส่ผงซักฟอกและใส่เสื้อผ้าตามลงไปซัก แต่ต่อมามีการยกเลิกการใช้สารนี้ในผงซักฟอกแล้วแต่สาว ๆ หลายคนก็ยังไม่ลืมขั้นตอนเก่า ๆ ที่เคยทำมา เพราะฉะนั้น เปลี่ยนแปลง ขั้นตอนการซักผ้า ใหม่ให้ถูกต้องคือ ใส่เสื้อผ้าลงไปก่อนอันดับแรก ตามด้วยน้ำและใส่ผงซักฟอกเป็นลำดับสุดท้าย มิเช่นนั้น เสื้อผ้าและผงซักฟอกจะลอยกระจายไปคนละทิศละทาง เสื้อผ้าก็จะไม่ถูกซักทำให้ยังมีความสกปรกอยู่เช่นเดิม 

ไม่สนใจป้ายเสื้อ : การทำตามคำแนะนำ ขั้นตอนการซักผ้า ที่อยู่บนป้ายหรือแทคของเสื้อผ้ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นข้อบ่งชี้ที่ทำให้ซักผ้าได้ถูกต้องและเป็นการถนอมเสื้อผ้าให้สวมใส่ได้นานขึ้น ลองสังเกตดูดี ๆ แล้วอย่าเอาเสื้อผ้าที่ต้องซักแห้งไปซักแบบธรรมดา หรือนำเอาชุดว่ายน้ำไปปั่นในถังซักผ้าอีกต่อไป แต่ควรนำไปซักในน้ำเย็นด้วยมือ เพื่อไม่ให้เสียทรงและเนื้อผ้าที่เป็นผ้ายืดเสียหาย

ซิปและกระดุมไม่รูดไม่ปลด : นี่คือสิ่งเล็ก ๆ แต่มีผลกระทบใหญ่ตามมาหากไม่รูดซิปปิดให้เรียบร้อย ฟันซิปจะไปครูดกับเสื้อผ้าตัวอื่น ยิ่งถ้าเป็นเนื้อผ้าบาง ๆ หรือเป็นซีทรูแล้วก็จะขาดได้เลยทันที ส่วนกระดุมหากไม่ปลดออกทุกเม็ด เมื่อนำไปซักในเครื่องซักผ้าแล้วมีโอกาสที่กระดุมจะหลุดร่วงออกมาได้ง่ายจากแรงเหวี่ยงของเครื่อง เพราะฉะนั้น สำรวจซิปและกระดุมให้เรียบร้อยก่อนเสมอ

ซักถุงเท้าให้ถูกต้อง : บางครั้งความขี้เกียจมันก็ครอบงำให้สาว ๆ โยนถุงเท้าลงไปในเครื่องซักผ้า ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพียงแต่ต้องทำให้ถูกขั้นตอนก็จะทำให้ถุงเท้าสะอาดและสวมใส่ได้นานมากขึ้น โดยให้ใส่ถุงเท้าก่อนที่จะใส่เสื้อผ้าอื่น ๆ ลงไปในเครื่องซักผ้า เพราะทำให้ถุงเท้าไม่ไปพันกับเสื้อผ้าอื่น ๆ จนเสียทรง

ใส่สารฟอกขาว : จริง ๆ แล้วสารฟอกขาวไม่จำเป็นเลยสำหรับ การซักผ้า และการใช้สารฟอกขาวจำนวนมากหรือบ่อยครั้งเกินไปถือเป็นการทำลายเนื้อผ้าไปโดยไม่รู้ตัว หากต้องการให้เสื้อผ้าขาวเหมือนใหม่ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ใช้ในปริมาณที่ฉลากสินค้าแนะนำ วิธีซักผ้า ไว้  หรือจะใช้วิธีการนำเสื้อผ้าสีขาวนั้นไปต้มในน้ำเปล่าแล้วใส่น้ำมะนาวลงไป 1-2 ช้อนชา ต้มทิ้งไว้ 2-3 นาทีก็จะทำให้ผ้าขาวสะอาดได้เช่นกัน

ซักทีละเยอะ ๆ : การยัดเสื้อผ้าลงไปในเครื่องทีละมาก ๆ ไม่ได้ทำให้เครื่องซักผ้าทำงานหนักและพังง่ายเท่านั้น แต่ผ้าที่นำไปซักนั้นจะเต็มไปด้วยคราบสกปรก เพราะฉะนั้น ซักเสื้อผ้าในปริมาณที่กำลังเครื่องรับไหว

วิธีซักผ้า

ไม่แยกผ้า : อย่าเพิ่งเข้าใจว่าการแยกผ้าขาวและผ้าสีออกจากกันหมายถึงการแยกผ้าซักอย่างถูกวิธีแล้ว เพราะจริง ๆ วิธีซักผ้า แล้วการแยกผ้าที่ถูกคือการแยกประเภทของชนิดผ้าก่อน แล้วจึงแยกผ้าสีกับผ้าขาวอีกครั้ง หากไม่รู้ว่าเนื้อแบบนี้ต้องซักแบบไหน ให้สาว ๆ กลับไปดูได้จากป้ายเสื้อที่จะมีคำแนะนำไว้

ไม่ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า : การทำความสะอาดเครื่องซักผ้าคือการทำให้การซักเสื้อผ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น หากอุปกรณ์สกปรก เสื้อผ้าที่นำมาซักกับอุปกรณ์นั้นก็ต้องไม่สะอาดตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ควรล้างเครื่องซักผ้าด้วยการนำแผ่นกรองออกมาทำความสะอาด ใช้แปรงถูเบา ๆ เพื่อขัดเอาคราบสกปรกและเสื้อผ้าที่ติดอยู่ออกด้วยน้ำสบู่ เว็บผู้หญิง จากนั้นนำไปตากให้แห้งและเก็บกลับคืนที่เดิมให้ถูกต้อง

แจกสูตรน้ำยาซักผ้าแห้งแบบโฮมเมด

ซักแห้งสูตร 1 : วิธีซักผ้า ให้สาว ๆ นำน้ำยาซักผ้าที่ใช้อยู่มาเจือจางกับน้ำเปล่า ยึดหลักอัตราส่วน 1 : 20 จากนั้นให้ใช้ทิชชู่หรือผ้าสะอาดไปจุ่มในน้ำยาที่ได้เจือจางไว้ บีบน้ำออกให้พอหมาดแล้วนำไปกดซับเบา ๆ ให้ทั่วเสื้อผ้า โดยเน้นไปที่บริเวณที่มีคราบหนัก เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้วให้พับผ้าชิ้นนั้นใส่ลงไปในปลอกหมอน พับปากลงแล้วติดเข็มกลัดเอาไว้กันเสื้อผ้าหลุดออกมา จากนั้นก็นำไปใส่ในเครื่องอบแห้งพร้อมกับตั้งค่าความร้อนระดับต่ำ ตั้งระยะเวลาไม่เกิน 20 นาทีจึงนำเสื้อผ้าออกไปตากแดดตามปกติ

ซักแห้งสูตร 2 : ให้นำน้ำยาซักผ้าที่ใช้อยู่ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง จากนั้นเทลงในขวดสเปรย์แล้วนำไปฉีดบริเวณคราบสกปรก นำผ้าขนหนูที่แห้งและสะอาดมาซับเพื่อกำจัดคราบออกให้จางลง จากนั้นฉีดสเปรย์น้ำยาซักแห้งสูตร 2 ลงไปให้ทั่วเสื้อผ้าแต่ไม่ต้องเปียกชุ่ม แล้วนำไปอบ 15 นาที แต่จะต้องสังเกตให้ดีว่าเสื้อผ้าหดตัวหรือไม่ ถ้าเกิดว่าเป็นผ้าที่เนื้อนิ่มเบาหรือละเอียดอ่อนมาก ๆ ควรจะนำไปใส่ในปลอกหมอนเสียก่อนจึงจะปลอดภัยกว่า

ซักแห้งสูตรน้ำมันหอมระเหย : วิธีซักผ้า ก่อนอื่น ๆ จะต้องฉีดสเปรย์ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ลงบนเสื้อผ้าก่อน แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับเพื่อกำจัดคราบสกปรกออกไปก่อน ต่อจากนั้นให้สาว  ๆ ผสมน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง + สารบอแรกซ์ 1 ช้อนชา + สารฟอกขาว 1 ช้อนชา + น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ต้องการลงไป 3-5 หยด คนให้เข้ากันก่อนที่จะใช้ผ้าสะอาดจุ่มลงไปให้ชุ่ม นำผ้ามาบิดหมาดไม่ให้มีน้ำหยดจึงนำไปใส่ในปลอกหมอน หรือถุงซักแห้งพร้อมกับเสื้อผ้าที่ต้องการซักและตากแดดได้ตามปกติ เมื่อซักแล้วเสร็จให้นำผึ่งแดดทันทีเพื่อป้องกันการเกิดรอยยับย่นกับเสื้อผ้า

ซักแห้งสูตรน้ำส้มสายชู : ขั้นตอนการซักผ้า นำน้ำเปล่า ¾ ถ้วยตวง + น้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง + สารบอแรกซ์ 1 ช้อนชา และ สารฟอกขาว 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วนำผ้าสะอาดไปแช่ในน้ำยาที่ผสมแล้ว บีบน้ำออกให้พอหมาดแล้วนำไปใส่ในถุงซักแห้งพร้อมกับเสื้อผ้าที่ต้องการซัก แล้วนำไปอบสัก 30 นาทีเพียงเท่านี้ก็จะได้ผ้าที่สะอาด ปราศจากกลิ่นอับ และหากต้องการกลิ่นหอมสดชื่นก็สามารถเติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ต้องการลงไปได้เลย

ซักแห้งสูตรรำข้าวสาลี : ให้รำข้าวสาลี 1 ถ้วยตวง มาเติมน้ำส้มสายชูลงไปทีละหยดจนรำข้าวเกาะรวมกันเป็นก้อน จากนั้นนำก้อนซักแห้งสูตรรำข้าวสาลีนี้ลงไปซักกับเสื้อผ้าที่ต้องการในถุงซักแห้งหรือปลอกหมอนก็ได้ แต่จะต้องปิดให้สนิทเพราะจะต้องเขย่าให้แรง ๆ นานถึง 3-5 นาที เพียงเท่านี้ก็จะได้ผ้าที่สะอาดแล้ว แต่อย่าลืมสะบัดเศษรำข้าวสาลีให้เรียบร้อยก่อน สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรที่ปลอดสารเคมีอย่างแท้จริง

บทความน่าสนใจ

เฉลย! 5 พฤติกรรมทำร้ายผิว โดยที่คุณอาจจะไม่รู้ตัว รู้ก่อน ย่อม ดูแลสุขภาพผิว พรรณได้ก่อน ถ้าอยาก ดูแลผิว รักษาผิว พรรณ ทำตามนี้ได้เลย!

เผย! 4 เคล็ดลับความงามที่ได้จาก น้ำผึ้ง ผิวพรรณดีได้เพียงชั่วข้ามคืน อยากสวยอยากงามตั้งแต่หัวจรดเท้า ต้องรีบเช็คบทความนี้

4 วิธีออกกำลังกาย ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างหนักในช่วงโควิด – 19 กำลังระบาดหนักเช่นนี้ จะมีการออกกำลังกายในรูปแบบไหนบ้างนั้น ถ้าอยากรู้ คลิกเลย!

คุณ ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก ถือได้ว่ามีหลายประการด้วยกัน และมักจะส่งผลดีต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน ถ้าคุณอยากรู้ว่ามีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง คลิ๊กเลย!

ในส่วนของความเครียด ความกังวล หากมีมากจนเกินไป ย่อมเป็นสาเหตุผมร่วง จริงหรือไม่นั้น สำหรับท่านใดอยากรู้ ค้นหาคำตอบได้ที่บทความนี้เลยค่ะ